ทําแบรนด์ลิปสติก ลงทุนเท่าไหร่ และควรเริ่มต้นแบบไหนให้ไม่เจ๊ง
ทําแบรนด์ลิปสติก ลงทุนเท่าไหร่? คือคำถามแรกที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่มักอยากรู้ก่อนลงมือเริ่มต้นจริง เพราะการผลิตลิปสติกไม่ใช่แค่การเลือกสีหรือเลือกแพ็กเกจสวย ๆ แต่ต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเงินลงทุนทั้งหมด ตั้งแต่การเลือกสูตร ปริมาณการผลิต การออกแบบ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดด้วยค่ะ เพราะทุกส่วนที่กล่าวมาล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์คุมงบประมาณได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงในการเริ่มธุรกิจความงามครั้งแรกนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม การวางแผนตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เจ้าของแบรนด์เริ่มต้นได้อย่างมั่นใจและมองเห็นภาพรวมชัดเจนมากขึ้นว่า ต้องเตรียมงบประมาณประมาณเท่าไหร่ และควรเริ่มต้นจากจุดไหนก่อน เพื่อให้การสร้างแบรนด์ลิปสติกเป็นไปได้อย่างราบรื่นและพร้อมเติบโตในระยะยาว และเพื่อตอบคำถามข้างต้นและคำถามอื่น ๆ ที่กล่าวมา ในบทความนี้ Charmace Cosmed มีข้อมูลมาฝากค่ะ

ทําแบรนด์ลิปสติก ลงทุนเท่าไหร่ คู่มือเริ่มต้นสำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่
หลาย ๆ คนอาจยังไม่ทราบว่า “การเริ่มต้นทำแบรนด์ลิปสติก” นั้นไม่จำเป็นต้องลงทุนสูงเสมอไปค่ะ เพราะสิ่งที่สำคัญมากกว่างบคือการที่เจ้าของแบรนด์รู้ภาพรวมทั้งหมดของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในการสร้างแบรนด์นั่นเอง ซึ่งการที่เจ้าของแบรนด์มองเห็นภาพรวมค่าใช้จ่ายเช่นนี้สามารถช่วยให้กำหนดงบประมาณได้อย่างเหมาะสมและเลือกแนวทางการผลิตที่ไม่เสี่ยงจนเกินไป รวมไปถึงสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรเริ่มจากสูตรแบบไหน ใช้จำนวนการผลิตเท่าไหร่ และควรแบ่งงบการตลาดอย่างไรให้สอดคล้องกับเงินทุนที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่าที่สุดนั่นเองค่ะ แล้วในการที่จะสามารถมองภาพรวมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมดนั้นควรเริ่มต้นจากอะไร มาติดตามไปพร้อม ๆ กันค่ะ
ทำไมต้องรู้ว่า “ลงทุนเท่าไหร่” ก่อนเริ่มแบรนด์ลิปสติก
การทำแบรนด์ลิปสติกไม่ได้หมายถึงแค่การมีสูตรสวยหรือสีสวยเพียงอย่างเดียว การรู้ว่าลงทุนเท่าไหร่ตั้งแต่ต้นช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางแผนได้ชัดเจนทั้งเรื่องต้นทุนและการขาย การประเมินงบตั้งแต่เริ่มต้นยังช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะขาดทุนหรือสต็อกล้นโดยไม่จำเป็น
หลายครั้งที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่สั่งผลิตโดยไม่รู้ต้นทุนจริง จึงเกิดปัญหาต้องลดราคาขายหรือไม่สามารถขายได้ตามแผน การรู้ต้นทุนและการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถเลือกสูตรและปริมาณการผลิตได้ตรงกับความต้องการของตลาด การวางแผนเรื่องงบตั้งแต่แรกเป็นเหมือนการปูรากฐานให้แบรนด์แข็งแรงและยั่งยืน
สรุปได้ว่า การรู้จำนวนเงินลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นคือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ตัดสินใจเรื่องสูตร ลิปสติก และการผลิตได้ถูกต้อง พร้อมลดความเสี่ยงเรื่องต้นทุนและการขาดทุน
ปัจจัยที่กำหนดงบลงทุนทำแบรนด์ลิปสติกที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่องบและเงินลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์นั้นมีอยู่หลายข้อด้วยกันค่ะ เช่น…
1.จำนวนสูตรและประเภทลิปสติก
จำนวนสูตรและประเภทของลิปสติกมีผลต่อค่าใช้จ่ายโดยตรง ลิปสติกแมตต์ กลอส หรือบาล์มแต่ละประเภทมีต้นทุนการผลิตต่างกัน การเริ่มจากสูตรพื้นฐาน 1–2 สูตรจะช่วยให้เจ้าของแบรนด์ทดลองตลาดได้โดยไม่ต้องลงทุนเยอะ
การเลือกประเภทลิปที่เหมาะสมกับตลาดเป้าหมายก็สำคัญ เช่น ลิปสติกเนื้อแมตต์กำลังเป็นที่นิยมและขายง่าย การเริ่มจากสูตรยอดนิยมก่อนจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสขายได้ ดังนั้นการกำหนดจำนวนสูตรและประเภทลิปสติกตั้งแต่ต้นจะช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางแผนงบได้แม่นยำและลดความเสี่ยงเรื่องต้นทุน
2.ปริมาณการผลิตขั้นต่ำ (MOQ)
โรงงานมักกำหนดขั้นต่ำในการผลิตต่อสูตรเพื่อให้การผลิตคุ้มค่า เช่น 100–500 ชิ้น การสั่งปริมาณเล็ก ๆ ในครั้งแรกช่วยให้เจ้าของแบรนด์ทดสอบตลาดก่อน หากสินค้าขายดีค่อยเพิ่มการผลิต
การรู้ MOQ ตั้งแต่แรกยังช่วยให้เจ้าของแบรนด์วางแผนงบได้เหมาะสมและไม่ต้องแบกรับต้นทุนจำนวนมากโดยไม่จำเป็น การเลือกปริมาณที่เหมาะสมยังลดปัญหาสต็อกล้นและสินค้าเสียหาย ดังนั้น การเลือกปริมาณการผลิตอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้เจ้าของแบรนด์เริ่มต้นได้อย่างปลอดภัยและมีโอกาสทำกำไรสูงขึ้น
3.การเลือกโรงงานผลิตลิปสติก
การเลือกโรงงานที่มีประสบการณ์และบริการครบวงจรช่วยลดความเสี่ยงและประหยัดเวลา เจ้าของแบรนด์สามารถปรึกษาเรื่องสูตร การเลือกสีและกลิ่น ตลอดจนการออกแบบแพ็กเกจได้ ตัวอย่างเช่น ที่ Charmace Cosmed ของเรามีบริการสร้างแบรนด์ลิปสติกครบวงจรทั้งสูตรและแพ็กเกจ ช่วยให้เจ้าของแบรนด์มือใหม่เข้าใจขั้นตอนการผลิตและสามารถคุมงบได้ง่ายขึ้น เป็นต้น ดังนั้นการเลือกโรงงานที่เหมาะสมเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ของเจ้าของแบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงและลดความเสี่ยงเรื่องคุณภาพและต้นทุนค่ะ
4.ค่าออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้
การออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้เป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ เจ้าของแบรนด์ควรลงทุนกับการออกแบบให้สวยและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ในช่วงเริ่มต้นไม่จำเป็นต้องใช้งบสูงเกินไป โดยจะเห็นได้ว่าการออกแบบให้เรียบง่ายแต่สวยงามสามารถดึงดูดลูกค้าได้โดยไม่ต้องลงทุนหนัก การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมยังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มโอกาสขายอีกด้วยค่ะ
กล่าวโดยสรุปอีกครั้งค่ะว่า การจัดสรรงบประมาณสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และโลโก้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้แบรนด์ดูน่าสนใจและยังคุมต้นทุนได้มากขึ้นค่ะ
งบประมาณเริ่มต้นทำแบรนด์ลิปสติกประมาณเท่าไหร่จึงจะเพียงพอ?
สำหรับเจ้าของแบรนด์ท่านใดที่อาจจะกังวลในการวางแผนด้านงบประมาณ เราขอแนะนำให้เริ่มต้นจากขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ค่ะ…
1.ตัวอย่างงบลงทุนสำหรับมือใหม่
สำหรับเจ้าของแบรนด์มือใหม่ การผลิตครั้งแรกประมาณ 1–2 สูตรและจำนวน 100–300 ชิ้นต่อสูตรจะช่วยทดสอบตลาดโดยไม่เสี่ยงมาก ค่าผลิตลิปสติกอาจอยู่ที่ 5,000–15,000 บาทต่อสูตร ขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนการผลิต
ค่าบรรจุภัณฑ์และออกแบบโลโก้อยู่ที่ประมาณ 3,000–10,000 บาท รวมแล้วงบลงทุนเริ่มต้นอยู่ประมาณ 10,000–30,000 บาท ซึ่งถือว่าเหมาะสำหรับการเริ่มต้นและทดลองตลาด ซึ่งการวางแผนงบลงทุนตั้งแต่แรกแบบนี้จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถคุมต้นทุนและวางแผนการผลิตให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีมากขึ้นค่ะ
2.งบการตลาดและขาย
นอกจากต้นทุนการผลิต เจ้าของแบรนด์ต้องเผื่องบการตลาดไว้ด้วย เช่น ค่าโฆษณาออนไลน์บน Facebook, Instagram, TikTok การถ่ายรูปและทำคอนเทนต์สำหรับโปรโมตสินค้า แนะนำให้เริ่มจากงบจำกัดและทดลองตลาดก่อน หากสินค้าขายดีค่อยเพิ่มงบการตลาด จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์ควบคุมต้นทุนได้ง่ายและลดความเสี่ยงทางการเงิน
จากที่กล่าวมา เจ้าของแบรนด์มือใหม่หลาย ๆ ท่าจะสามารถเห็นได้แล้วใช่มั้ยคะว่า นอกจากการจัดสรรงบการตลาดอย่างเหมาะสมช่วยให้เจ้าของแบรนด์โปรโมตสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมายแล้ว ก็ยังสามารถช่วยให้ทุกคนสามารถลงทุนได้แบบไม่เกินตัวด้วยนั่นเองค่ะ
4 วิธีเริ่มต้นทำแบรนด์ลิปสติกแบบมือใหม่ไม่เจ๊ง เริ่มยังไง มาดูกัน!
หลังจากที่เราได้ทราบแนวทางการมองภาพรวมค่าใช้จ่ายในการสร้างแบรนด์ลิปสติกแบบเบื้องต้นกันแล้ว เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าวิธีเริ่มต้นในการทำแบรนด์ลิปสติกสามารถเริ่มต้นได้อย่างไรบ้าง
1.เริ่มจากสูตรและสียอดนิยม
เพราะการเริ่มจากสูตรพื้นฐานและสีลิปยอดนิยม เช่น แมตต์หรือบาล์ม สีชมพู ส้ม แดง จะช่วยให้ขายง่ายและเข้ากับตลาดได้เร็วมากขึ้นค่ะ แถมยังช่วยให้เจ้าของแบรนด์ลดความเสี่ยงเรื่องการขายไม่ได้และสามารถทดลองตลาดได้อย่างมั่นใจด้วย ฉะนั้นการเริ่มจากสิ่งที่ตลาดต้องการจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์ทำกำไรได้ตั้งแต่เริ่มต้นนั่นเอง
2.ทดลองตลาดก่อนผลิตเยอะ
เบื้องต้นแล้ว เจ้าของแบรนด์ควรเริ่มจากการเปิด Pre-order หรือขายออนไลน์จำนวนจำกัด รับฟีดแบคจากลูกค้าเพื่อปรับปรุงสูตรและแพ็กเกจก่อนตัดสินใจผลิตจำนวนมากค่ะ เพราะวิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงสต็อกล้นและต้นทุนสูง และยังช่วยเจ้าของแบรนด์เข้าใจความต้องการของตลาดจริง โดยการทดลองตลาดก่อนผลิตจำนวนมากเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้แบรนด์เติบโตอย่างปลอดภัยในระยะยาวนั่นเอง
3.เลือกโรงงานที่ให้คำปรึกษาได้
โรงงานที่ช่วยวางแผนงบประมาณและสูตรให้เหมาะสมกับตลาด จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์ลดความเสี่ยงและประหยัดเวลา การเลือกโรงงานที่เชี่ยวชาญยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีและตรงกับความต้องการของลูกค้า การได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทำให้เจ้าของแบรนด์ตัดสินใจได้มั่นใจมากขึ้นและลดความผิดพลาดในการลงทุน ดังนั้นการเลือกโรงงานที่ให้คำปรึกษาและดูแลครบวงจรจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์เริ่มต้นได้อย่างมั่นใจค่ะ
4.วางแผนการเงินให้ชัด
โดยการวางแผนการเงินตั้งแต่ต้น จะช่วยให้เจ้าของแบรนด์แบ่งงบประมาณเป็นต้นทุนผลิต บรรจุภัณฑ์ และการตลาดได้ชัดเจนค่ะ เพราะจะช่วยควบคุมต้นทุนและลดความเสี่ยงที่จะเกินงบได้ดี ดังนั้นการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบจึงเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของแบรนด์สามารถปรับแผนการผลิตและการตลาดตามสถานการณ์จริงได้มากขึ้น และเป็นเครื่องมือที่จำเป็นมาก ๆ ในการเริ่มต้นแบรนด์ลิปสติกให้ราบรื่นและประสบความสำเร็จอีกด้วยค่ะ
ทั้งนี้ การเริ่มต้นแบบค่อยเป็นค่อยไปนั้นจะช่วยให้เจ้าของแบรนด์ลดความเสี่ยงและวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นคงค่ะ การเลือกสูตรที่ขายง่าย การทดลองตลาดก่อนผลิตจำนวนมาก และการร่วมงานกับโรงงานที่ให้คำแนะนำได้ ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เริ่มต้นได้อย่างปลอดภัยทั้งสิ้น ดังนั้นหากวางแผนการเงินชัดเจนและเลือกแนวทางที่เหมาะกับงบประมาณได้แล้ว เจ้าของแบรนด์ก็สามารถสร้างแบรนด์ลิปสติกแรกให้เติบโตได้อย่างสบายใจและมีโอกาสทำกำไรตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นค่ะ
สรุปข้อควรรู้เกี่ยวกับ “การลงทุนทำแบรนด์ลิปสติก”
ท้ายที่สุด ขอเน้นย้ำอีกครั้งค่ะว่าการทำแบรนด์ลิปสติกต้องวางแผนตั้งแต่ต้นทุน การเลือกสูตร การผลิต และการตลาด มือใหม่ควรเริ่มจากงบจำกัด ทดลองตลาดก่อนขยาย การเลือกโรงงานที่เชี่ยวชาญและให้คำปรึกษาได้ครบวงจรจะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มโอกาสขาย และทำให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวค่ะ
Charmace รับผลิต อาหารเสริม เราสรรสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล
แผนกวิจัยและพัฒนาสูตรอาหารเสริม
บริษัท ชาร์แมซ ซี.เค. คอสเมด จำกัด เรามีทีมนักวิทยาศาสตร์ ทีมนักวิจัย และเภสัชกร ที่มีประสบการณ์ อีกทั้งยังเชียวชาญระดับสูง ที่จะคอยควบคุมทุกขั้นตอนการผลิตอาหารเสริม ไม่ว่าจะเป็น แผนกวิจัยและพัฒนาฝ่ายอาหารเสริม แผนกวิจัยและพัฒนาสารสกัดสมุนไพร ตลอดจน ครีม เครื่องสำอาง ต่างๆ อีกทั้งทีมวิจัยและพัฒนาได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ พร้อมทดสอบและพัฒนาสูตรอาหารเสริมให้มีคุณภาพสูง พร้อมให้คำปรึกษา ดูแลช่วยเหลือ และปรับแต่งสูตรต่างๆ ตามความต้องการของเจ้าของแบรนด์อาหารเสริม และให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
แผนกตรวจสอบความปลอดภัยอาหารเสริม QC Department
หลังจากผ่านกระบวนการวิจัยและพัฒนาเรียบร้อย เรายังคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพของสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ครีม สบู่ ตลอดจนเครื่องสำอาง ทุกชนิด ด้วยการควบคุมคุณภาพภายใต้มาตรฐานการรับรองระดับโลก GMP HACCP HALAL ทั้งตรวจสอบความปลอดภัยของสารปนเปื้อนทุกชนิด เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยได้อย่าง 100%
กระบวนการผลิตอาหารเสริม (Production)
ทุกผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ว่าจะเป็น อาหารเสริม ครีม สบู่ เครื่องสำอาง ทุกชิ้นของบริษัท ได้ผ่านการควบคุมอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิต ด้วยทีมงานที่มีคุณภาพ รับรองคุณภาพและวิธีการผลิตตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด อีกทั้งยังควบคุมดูแล ทำความสะอาดเครื่องจักรในกระบวนการผลิตอยู่เป็นประจำ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิต และผ่านการทดสอบจากห้องแลบมาตรฐานระดับสูง เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความไว้วางใจ ในการนำผลิตภัณฑ์สู่ท้องตลาดไปสู่มือผู้บริโภค จากโรงงานของเรา
ท้ายที่สุด หลายๆ คนคงเห็นแล้วนะคะว่า กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ หรือ อาหารเสริม มาแต่ละตัว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ เจ้าของแบรนด์ต้องพิจารณาเลือกทีมสร้างแบรนด์และโรงงานผลิตให้ดี เพราะหากมีขั้นตอนใดผิดพลาด ก็จะมีปัญหาตามมาได้เรื่อยๆ ค่ะ ทั้งนี้ ในเรื่องของเวลาดำเนินการการผลิตจำเป็นต้องใช้เวลา อย่างต่ำคือประมาณ 12-16 สัปดาห์ (ซึ่งนับจากขั้นตอนสั่งซื้อวัตถุดิบ) เจ้าของแบรนด์สามารถใช้เวลากับสินค้าของตนเองได้เต็มที่ เพื่อให้สินค้าออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุดค่ะ
บทความที่น่าสนใจ
สร้างจุดขายให้แบรนด์ กับ สารประกอบสุดฮิต ที่ตลาดต้องการ เพิ่มยอดขายหลายร้อยล้าน !!
ช่องทางการขายอาหารเสริม ขายยังไงให้ได้เงินล้าน !!
ลิปสติก ทำมาจากอะไร ? มาทำความรู้จัก สารสกัดในลิปสติก กันค่ะ
