กินอาหารเสริมเวลาไหนดีที่สุด ดูดซึมได้เร็ว ไม่ต้องรอ

กินอาหารเสริมเวลาไหนดีที่สุด เป็นคำถามที่ผู้บริโภคหลาย ๆ คนสงสัยอยู่เสมอว่าการรับประทานอาหารเสริมนั้นทานเวลาไหนจึงจะดีที่สุด เนื่องจากร่างกายของเรานั้นอาจมีช่วงเวลาที่ดูดซึมวิตามินหรือคุณประโยชน์ของอาหารเสริมนั้น ๆ ที่แตกต่างกันไป นั่นจึงทำให้เป็นที่สงสัยว่าเวลาไหนคือเวลาที่ดีที่สุดในการทานอาหารเสริมเพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้หมดโดยไม่เหลือตกค้าง ดังนั้นในบทความนี้ Charmace จึงนำเทคนิคดี ๆ ในการรรับประทานอาหารเสริมให้ถูกเวลามาฝากทุกคนเพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันค่ะ

กินอาหารเสริมเวลาไหนดีที่สุด ดูดซึมได้เร็ว ไม่ต้องรอ

กินอาหารเสริมเวลาไหนดีที่สุด ดูดซึมได้ไว ไร้สารอาหารตกค้าง

ปัจจุบันการใช้ชีวิตของผู้คนทุกเพศทุกวัยสวนทางกับความต้องการดูแลสุขภาพ เพราะต่างต้องเรียน ทำงาน และทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมายในแต่ละวัน ทำให้อาจไม่ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นวิตามินอาหารเสริมจึงเป็นเหมือนตัวช่วยดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

ทำไม “เวลา” ของการทานอาหารเสริมและวิตามินจึงสำคัญ?

ต้องทำความเข้าใจกันก่อนค่ะว่าการทานอาหารเสริมหรือวิตามินนั้นเป็นการทานเพื่อ เติมเต็ม ไม่ใช่ ชดเชย การทานอาหารในชีวิตประจำวัน หลายคนเข้าใจไปว่าแม้จะไม่ได้รับโภชนาการที่ดีก็ไม่เป็นอะไร เพราะทานอาหารเสริมอยู่แล้ว แต่ความจริงแล้วไม่เป็นอย่างนั้นค่ะ ดังนั้น การรับประทานอาหารเสริมให้ตรงตามเวลาธรรมชาติของระบบในร่างกายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะสารอาหารที่เราจะได้รับจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เหล่านี้นั้นต้องได้รับการดูดซึมตามเวลาปกติ มิเช่นนั้นจะเกิดการตกค้างได้ค่ะ

อย่างไรก็ดีค่ะ จากที่กล่าวไปในข้างต้นว่า “เวลาที่เหมาะสม” ของการรับประทานอาหารเสริม ยังคงเป็นที่สงสัยของผู้บริโภคหลาย ๆ คนว่าควรทานเวลาไหนกันแน่ ซึ่งก่อนที่เราจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเวลาของการกินอาหารเสริมดังกล่าว เรามาทำความเข้าใจกับธรรมชาติของร่างกายเรากันก่อนค่ะ

ร่างกายของเราดูดซึมอาหารตอนไหน?

ร่างกายของคนเรานั้น มีการปรับตัวให้สมดุล กับช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน  การปรับตัวนี้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตและอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะหลักในการย่อยและดูดซึมอาหารจะมีเวลาทำงานที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ค่ะ

ตับ ( 01.00 – 03.00 น. )

นอนให้หลับสนิท –  ช่วงเวลานี้ตับจะกำจัดสารพิษในร่างกาย ลดระดับนํ้าตาลในเลือด ช่วงที่หลับสนิทจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่ตับได้ดี ตับสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลำใส้ใหญ่ ( 05.00 – 07.00 น. )

ขับถ่ายอุจจาระ –  ช่วงเวลานี้ลำไส้ใหญ่จะขับถ่ายของเสีย ที่เหลือจากการดูดซึมสารอาหารเข้าสู่ร่างกายแล้ว การขับถ่ายช่วงเวลานี้เป็นประจำ จะทำให้การขับถ่ายได้ง่าย มีการหลั่ง cortisol เพื่อช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า

กระเพาะอาหาร ( 07.00 – 09.00 น. )

กินอาหารเช้า – ช่วงเวลานี้ควรรับประทานอาหารเช้า เพื่อเป็นพลังงานในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน ถ้าเราไม่กินอาหารเช้า จะทำให้ไม่มีพลังงานที่เพียงพอสำหรับการทำสิ่งต่าง ๆ  สมองไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ส่งผลให้ในระยะยาว สมองอาจจะเสื่อมได้

ลำไส้เล็ก ( 13.00 – 15.00 น. )

งดกินอาหารทุกประเภท – ช่วงเวลาของลำไส้เล็ก ทำหน้าที่ย่อยและดูดซึมอาหาร  เพื่อนำสารอาหารไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆของร่างกาย เป็นพลังงานให้ร่างกายนำไปใช้งาน

ทั้งนี้ การมีนาฬิกาชีวิตที่ดีคือสิ่งที่ส่งผลให้สุขภาพดีไปด้วย ดังนั้นผู้บริโภคอาจเริ่มต้นที่การปรับนาฬิกาชีวิตให้ได้มากที่สุดก่อนค่ะ เพื่อที่จะสามารถเซ็ตเวลาในการทานอาหารเสริมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ระบบการดูดซึมอาหารเป็นไปตามธรรมชาติของร่างกายอีกด้วย ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้ขั้นตอนการดูดซึมอาหารเสถียรมากขึ้นด้วยนั่นเองค่ะ

อาหารเสริมและวิตามิน แต่ละชนิดกินเวลาไหนดีที่สุด?

อาหารเสริมและวิตามินนั้นมีหลายชนิดมาก ๆ ค่ะ ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีเวลาที่เหมาะสมในการรับประทานที่แตกต่างกันออกไปเช่นเดียวกัน ดังนี้

ประเภทอาหารเสริม

  • คอลลาเจน (Collagen)

คอลลาเจนเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะช่วยบำรุงดูแลร่างกายทั้งด้านความงามและด้านสุขภาพ โดยแนะนำให้รับประทานคอลลาเจนในช่วงเวลาที่ท้องว่างและดื่มน้ำเปล่า และอาจรับประทานร่วมกับวิตามินซีเพื่อให้ร่างกายดูดซึมได้ดี

  • โปรตีนจากพืช (Plant-Based Protein)

อาหารเสริมโปรตีนจากพืชสามารถรับประทานได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ที่รับประทานอาหารวีแกน มังสวิรัติ ผู้ป่วยเบาหวาน และคนทั่วไป ซึ่งเป็นโปรตีนที่ได้จากสารสกัดของพืช ถั่ว และธัญพืช มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยโปรตีนจากพืชสามารถรับประทานได้ทุกช่วงเวลาเพียงผสมน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น

  • น้ำมันปลา (Fish Oil)

อาหารเสริมน้ำมันปลาอุดมไปด้วยสารอาหารและกรดไขมันดีที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึกและปลาทะเลเขตหนาว ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ลดความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ บรรเทาอาการปวดไมเกรนและปวดประจำเดือน ซึ่งแนะนำว่าควรรับประทานน้ำมันปลาหลังมื้ออาหารมื้อใดก็ได้ภายในเวลา 30 นาที

ประเภทวิตามิน

  • วิตามินซี (Vitamin C)

วิตามินซีเป็นหนึ่งในอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมจากคนทุกช่วงวัย ช่วยป้องกันการเป็นหวัด เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน โดยขอแนะนำให้รับประทานวิตามินซีในช่วงเวลาหลังอาหารเช้า เนื่องจากร่างกายสามารถดูดซึมได้ดี

  • วิตามินดี (Vitamin D)

เป็นที่ทราบกันดีว่าคนเราจะได้รับวิตามินดีในช่วงเช้า แต่ด้วยวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันจึงทำให้ได้รับวิตามินได้ไม่เพียงพอ เพื่อช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงและช่วยให้ดูดซึมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายได้ดี โดยการรับประทานวิตามินดีจึงควรเป็นช่วงเวลาระหว่างมื้ออาหารหรือหลังอาหารภายในเวลา 30 นาที

  • วิตามินอี (Vitamin E)

วิตามินอีสามารถละลายได้ในไขมัน จึงขอแนะนำให้รับประทานในช่วงเวลารับประทานอาหาร ช่วงเวลาหลังมื้ออาหารเช้า หรือช่วงเวลามื้ออาหารกลางวัน โดยมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท

  • วิตามินบี (Vitamin B)

วิตามินบีมีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง บำรุงเซลล์เม็ดเลือด บำรุงกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงเป็นโรคเหน็บชา แนะนำให้รับประทานในช่วงเวลาเช้าซึ่งเป็นตอนที่ท้องกำลังว่าง หรือเป็นช่วงเวลาระหว่างรับประทานอาหารเช้า

อย่างไรก็ดี เรียกได้ว่าอาหารเสริมแต่ละชนิดต่างมีช่วงเวลารับประทานที่แตกต่างกัน เมื่อทราบแล้วก็สามารถรับประทานได้ถูกต้อง เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากที่สุด ช่วยเสริมสารอาหารให้แก่ร่างกายได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ในการรับประทานอาหารเสริมด้วยค่ะเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคนั่นเอง

Malcare WordPress Security