สร้างแบรนด์ลิปสติก การันตีความสำเร็จ จากโรงงานที่มีคุณภาพ กับ Charmace

สร้างแบรนด์ลิปสติก ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนอยากทำ โดยเฉพาะบรรดาหญิงสาวที่อยากมีโอกาสได้ใส่ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับการแต่งหน้าลงไปในสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอาง โดยในปัจจุบันก็มีเจ้าของแบรนด์ลิปสติกเกิดขึ้นมากมาย เช่น เหล่าศิลปินฝั่งตะวันตก เช่น Robyn Rihanna Fenty (Rihanna), Selena Gomez และ Ariana Grande ที่ต่างก็ผันตัวเองมาทำแบรนด์เครื่องสำอางกันอย่างมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่ผู้หญิงหลายคนอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองบ้างเช่นกัน

สร้างแบรนด์ลิปสติก การันตีความสำเร็จ จากโรงงานที่มีคุณภาพ กับ Charmace

สร้างแบรนด์ลิปสติก อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองยากไหม ต้องเริ่มต้นยังไง?

อยากทำลิปสติกแบรนด์ตัวเอง คงเป็นความฝันของใครหลาย ๆ คน ที่ชื่นชอบการแต่งหน้า ว่าอยากมีลิปสติก (หรือเครื่องสำอางอื่น ๆ ) เป็นแบรนด์ของตัวเองบ้างสักครั้ง และด้วยความที่ตลาดเครื่องสำอางบ้านเรานั้นเติบโตเร็วเป็นอย่างมาก ประกอบกับรสนิยมของผู้บริโภคที่ชื่นชอบสินค้าที่แปลกใหม่ ดังนั้นแบรนด์ใหม่จึงมีโอกาสเติบโตได้ไม่ยากเลย  วันนี้ Charmace จึงนำเคล็ดลับสำหรับมือใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ลิปสติกของตัวเองมาฝากกัน เรามาดูกันดีกว่าว่าจะทำลิปสติกแบรนด์ของเราเองได้อย่างไรบ้าง

แนวโน้มตลาดเครื่องสำอางที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่ควรศึกษา

ตลาดอุตสาหกรรมเครื่องสำอางของไทย ยังมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จาก ข้อมูล จากสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ที่พบว่า ตั้งแต่ตลาดเครื่องสำอางของไทยในปี 2563 คาดว่า จะยังขยายตัวได้ที่ 5% หรือมีมูลค่ากว่า 3.15 แสนล้านบาท จากปี 2562 มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3 แสนล้านบาท แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 1.7 แสนล้านบาท และส่งออก 1.3 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ 6.7% ซึ่งที่น่าจับตามองและมาแรงในตลาดคือเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (สกินแคร์) ในกลุ่มลูกค้าสุภาพบุรุษคนรุ่นใหม่ที่ตลาดในกลุ่มนี้มีอัตราการขยายตัวมากกว่า 10% ต่อปี

6 ขั้นตอนทำแบรนด์ลิปสติก สร้างธุรกิจให้ปัง เริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง

สำหรับขั้นตอนการทำแบรนด์ลิปสติกในช่วงแรกเริ่มนั้น สามารถแบ่งออกหลัก ๆ ได้ 6 ขั้นตอนด้วยกันค่ะ คือ

1.เก็บข้อมูลลิปสติก

เมื่อเราจะทำลิปสติกขาย เราก็ต้องรู้เรื่องลิปสติกก่อน ศึกษาว่าลิปสติกมีลักษณะไหนบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการศึกษาตลาดไปในตัวด้วย ว่าในท้องตลาดเขามีสินค้ารูปแบบใดขายอยู่บ้างแล้ว ทั้งลิปสติกแบบ Bullet รูปแบบออริจินอลของลิปสติกที่เราเห็นมาตั้งแต่รุ่นแม่ย่ายาย ลักษณะแท่งหมุนที่คงความนิยมไม่เสื่อมคลาย หรือจะแบบที่สาว ๆ หลายคนเรียกว่าลิปจิ้มจุ่ม คือเป็นแท่งยาวใช้ส่วนแปรงจุ่มลงไปยังเนื้อผลิตภัณฑ์เพื่อนำมาทาลงบนริมฝีปาก มีหลายเนื้อผลิตภัณฑ์ทั้งเนื้อแมตต์ เนื้อมันวาว เนื้อเมทาลิก มีไปถึงลิปกลิตเตอร์ ลิปเรืองแสง

2.เจาะตลาดกลุ่มผู้ซื้อ

เราจะมองข้ามเรื่องแผนการตลาดไปไม่ได้เลยในเมื่อเราต้องการขายของเราก็ต้องมองหาตลาดที่จะทำให้การขายของเราสำเร็จลุล่วงด้วย ทั้งนี้เราก็ต้องดูว่าเราอยากทำสินค้าให้ตรงตามกลุ่มผู้บริโภค หรือเราอยากทำสินค้าตามใจเราแล้วไปเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคเอาทีหลัง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องศึกษากลุ่มผู้บริโภคที่เราต้องการจะขายของให้ เช่น หากกลุ่มผู้บริโภคของเราเป็นนักเรียน นักศึกษา แน่นอนว่าราคาจะต้องย่อมเยาสักนิดให้น้อง ๆ ซื้อได้ไม่ต้องคิดมาก ส่วนเนื้อผลิตภัณฑ์ก็อาจะเป็นเนื้อ Sheer คือเนื้อลิปสติกที่มีลักษณะบาง ไม่หนามากใช้ทาได้ทุกโอกาส (ทั้งนี้ก็แล้วแต่ความชอบ) สีสันก็อาจจะต้องเป็นสีสุภาพสักหน่อย สีดำ สีเขียว อาจจะเป็นรุ่นพิเศษสำหรับโอกาสอื่น ๆ หรือสำหรับลูกค้ากลุ่มอื่นไปเลย

3. เลือกสูตรลิปสติก

แน่นอนว่าลิปสติกแต่ละรูปแบบมีส่วนผสมที่แตกต่างกัน เช่นลิปสติกเนื้อแมตต์ที่มีส่วนผสมของแป้งที่มากกว่าลิปชนิดอื่น หรือลิปกลอสที่มีส่วนผสมที่มีลักษณะเป็นน้ำมันเป็นหลัก ทั้งนี้คือสูตรที่แต่ละโรงงานอาจจะมีให้เราเลือกใช้ หรือถ้าเราไม่พอใจ ไม่อยากให้ผลิตภัณฑ์ของเราไปมีลักษณะที่ซ้ำกับใคร เราก็อาจจะพัฒนาสูตรขึ้นมาเอง ถ้าโรงงานที่เราเลือกผลิตด้วยเป็นโรงงานแบบ One stop service คือมีบริการทุกอย่างครบจบในที่เดียว เราก็อาจปรึกษากับนักเคมีภัณฑ์เครื่องสำอาง หรือเภสัชกรที่ประจำอยู่ที่โรงงานนั้น ๆ ได้เลย หรือจะไปแล็บเครื่องสำอางเพื่อให้เขาช่วยพัฒนาสูตรที่เราต้องการ แล้วค่อยนำกลับมาผลิตที่โรงงานก็ยังได้

4. ทดลองใช้ ก่อนขาย

เมื่อมีสูตรลิปสติกแล้ว โดยส่วนมากทางโรงงานก็จะผลิตเป็นชุดตัวอย่างออกมาก่อนเพื่อให้เราได้ลองใช้ ขั้นตอนทดลองใช้ถือเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้เรารู้จักผลิตภัณฑ์ของเราได้ดีขึ้น และเพื่อหาจุดบกพร่องในผลิตภัณฑ์ของเรา หากสูตรที่ผลิตออกมายังไม่ถูกใจเรา ลิปสติกยังติดทนไม่พอ เนื้อลิปยังไม่ถูกใจอาจจะแห้งไป ชุ่มชื้นไป ขั้นตอนนี้เองที่จะทำให้เราปรับปรุงสูตรให้เป็นไปตามความต้องการของเราได้ จนกว่าเราจะเจอลิปสติกที่ใช่

5. วางแผนการตลาด

โรงงานหลาย ๆ แห่ง มักมีแผนกการตลาดคอยช่วยเหลือลูกค้าที่ผลิตสินค้าที่โรงงานนั้น ๆ อยู่แล้ว หรือถ้าไม่มี และเราเองไม่ได้มีความรู้เรื่องการตลาดมากนัก เราก็ลองจำกัดความง่ายคือ ใคร ที่ไหน เท่าไหร่ อย่างไร เราจะขายใครบ้าง เราจะขายที่ไหน ราคาสินค้าของเราเท่าไหร่ และ เราจะขายอย่างไร จะทำการตลาดออนไลน์ หรือจะมีหน้าร้าน มีร้านป็อบอัพในงานแฟร์ต่าง ๆ หรือจะแค่ขายในโซเชียลมีเดีย

6.โรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน

เมื่อเรามีรูปแบบลิปสติกในใจ มีกลุ่มเป้าหมายที่เราอยากจะขายลิปสติกของเราแล้ว ขั้นตอนต่อมาก็คือกระบวนการผลิต ในปัจจุบันที่สาว ๆ หันมาดูแลตัวเอง ตลาดเครื่องสำอางเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น โรงงานผลิตเครื่องสำอางก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน การจะเลือกโรงงานใดโรงงานหนึ่งมาผลิตสินค้าให้เรา ตัวเราเองก็ต้องศึกษาข้อมูลของโรงงานนั้นให้ครบถ้วนดีเสียก่อน ว่าโรงงานนั้นได้มาตรฐาน ได้รับการยอมรับ และการตรวจสอบที่ถูกต้องหรือไม่ เมื่อเราตรวจสอบจนแน่ใจแล้วก็ดำเนินการขั้นต่อไปได้เลย

โรงงานรับผลิตลิปสติกควรมีมาตรฐานอย่างไร?

จากที่กล่าวข้างต้นว่าคุณภาพของสินค้าจะดีหรือไม่ดีนั้น ปัจจัยที่สำคัญในการกำหนดก็คือ “โรงงานรับผลิต” ซึ่งผู้ประกอบการควรจะต้องพิถีพิถันในการเลือกอยู่พอควร ดังนั้น เจ้าของแบรนด์ควรเลือกโรงงานผลิตลิปสติกที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน โดยเฉพาะ GMP จาก อย. เพื่อการันตีว่าลิปสติกของเรา จะเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยต่อลูกค้า อีกทั้งควรเลือกผู้ผลิตที่มีประสบการณ์ผลิตสินค้าแบบเดียวกับที่คุณต้องการ เพราะจะได้รู้แนวทางการผลิต ไม่ต้องลองผิดลองถูกให้เสียเวลาอีกด้วยค่ะ

Malcare WordPress Security